
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตกระเทียมดำจากกระเทียมโทนพันธุ์พื้นเมืองศรีสะเกษโดยใช้เครื่องอบลมร้อน
กระเทียมโทนพันธุ์พื้นเมืองศรีสะเกษ เป็นพืชเศรษฐกิจและพืชอัตลักษณ์ของท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางการเกษตร ด้วยสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศมีความเหมาะสมกับการปลูกกระเทียม ประกอบกับเทคนิคการเพาะปลูกของคนในท้องถิ่นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้กระเทียมโทนของจังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเด่น คือ เป็นกระเทียมหัวเดี่ยว กลิ่นหอม รสชาติเข้มข้น และมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภค แต่เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมโทนยังประสบปัญหาหลายด้าน ซึ่งได้แก่ ปัญหาต้นทุนค่อนข้างสูง ราคาขายไม่แน่นอน และหลังเก็บเกี่ยวเก็บรักษาได้ยาก เนื่องจากกระเทียมสดมีความชื้นสูง เกิดการสูญเสียน้ำหนัก การงอก และการเสื่อมคุณภาพได้ง่าย ส่งผลให้สูญเสียผลผลิต และลดมูลค่าทางเศรษฐกิจ
การแปรรูปกระเทียมโทนเป็นผลิตภัณฑ์กระเทียมดำ จึงเป็นหนึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ที่สามารถช่วยยืดอายุการเก็บรักษา เพิ่มมูลค่าผลผลิต และพัฒนาคุณภาพให้มีความแตกต่างจากกระเทียมสด โดยอาศัยกระบวนการให้ความร้อนและความชื้นที่เหมาะสม ทำให้เกิดปฏิกิริยาเมลลาร์ด ส่งผลให้กระเทียมมีสีดำ เนื้อนุ่ม รสชาติหวาน ลดกลิ่นฉุน และเพิ่มคุณสมบัติด้านสารต้านอนุมูลอิสระแต่การผลิตกระเทียมดำจำเป็นต้องควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น อุณหภูมิ ระยะเวลา และสภาวะการอบ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ ดังนั้น การใช้เครื่องอบลมร้อนจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถควบคุมอุณหภูมิและการกระจายความร้อนได้ดี
คณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตกระเทียมดำจากกระเทียมโทนพันธุ์พื้นเมือง ศรีสะเกษโดยใช้เครื่องอบลมร้อน ที่มีความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแปรรูปอาหารและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นโดยมุ่งศึกษาปัจจัยที่เหมาะสมต่อการผลิตเพื่อให้ได้กระเทียมดำที่มีคุณภาพสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนหรือผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่ เป้าหมายที่ 8 การส่งเสริมเศรษฐกิจและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และเป้าหมายที่ 12 การส่งเสริมรูปแบบการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ผ่านการลดการสูญเสียผลผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกระเทียมโทนพันธุ์พื้นเมืองศรีสะเกษ อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาวได้


